![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ตั้งแต่ตื่นเช้ามา จนตลอดวัน คนไทยเชื้อสายจีนในภูเก็ตมีเมนูอาหารที่ทำจากเส้นมากมาย ทั้ง ขนมจีน หมี่ผัด หมี่น้ำ หมี่ซั่ว หมี่หุ้นปะฉ่าง และอื่นๆ อีกมาก ขอยกเมนูเส้นอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งหลายคนยังคุ้นเคยและจำได้ถึงรสชาติ มาบอกเล่ากัน นั่นคือ หมี่ไทย สาเหตุที่เรียกหมี่ไทย คนเฒ่าคนแก่สันนิษฐานว่า น่าจะเป็นเพราะคนจีนนำสูตรมาทำในเมืองไทย จึงเรียกว่า หมี่ไทย เพื่อให้เกียรติกับที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ คือประเทศไทย
เมนูสัญชาติจีน แต่ชื่อไทย นี้ เป็นอาหารที่ชาวไทยเชื้อสายจีนในภูเก็ตทำกินกันมานานตั้งแต่สมัยอากงยังหนุ่ม อาม่ายังสาว โดยคน (จีน) ภูเก็ต เขานิยมทำหมี่ไทยนี้กินกันเป็นอาหารมื้อหนักตอนเที่ยง หรือตอนบ่ายๆ หลังจากที่ตอนเช้าอิ่มอร่อยกับขนมจีน หรือโกปี๊แกล้มขนมพื้นเมืองต่างๆ ไปแล้ว
หมี่ไทย เป็นอาหารที่ทำง่าย ไม่ซับซ้อน เพียงแค่นำเส้นหมี่ขาว หรือที่คนภูเก็ตเรียกหมี่หุ้นมาแช่น้ำให้พอง แล้วนำน้ำตาลทรายแดงพอประมาณมาคลุกให้ทั่ว สีของน้ำตาลทรายเมื่อละลายจะทำให้เส้นหมี่เป็นสีน้ำตาล ตั้งพักไว้ก่อน หลังจากนั้นจะขูดมะพร้าวทำน้ำกะทิเอง หรือไปซื้อจากตลาดก็ตามสะดวก แล้วนำน้ำนั้นกะทิไปเคี่ยวไฟจนข้น ก่อนนำเส้นหมี่ที่พักไว้ลงไปผัด ใส่ถั่วงอกตาม แล้วปรุงรส ตักขึ้นชิมให้ได้ทั้งเค็ม หวาน เปรี้ยว เผ็ด โรยหน้าด้วยเต้าหู้เหลืองทอด หั่นฝอย กุ้งต้มผ่าซีก ตักขึ้นใส่จาน เสิร์ฟพร้อมถั่วงอกสด มะนาวผ่าซีก พริกผง น้ำตาลทราย กุ้ยช่าย และที่ขาดไม่ได้คือเต้าเจี้ยวหลน และถั่วลิสงบด
คนเฒ่าคนแก่ฝากเคล็ดลับการทำหมี่ไทยมาฝากสามข้อ ข้อแรก ก่อนนำถั่วงอกลงไปผัดให้เอาไปลวกน้ำร้อนก่อน ผัดแล้วถั่วงอกจะไม่เหี่ยว, สอง ระหว่างเคี่ยวกะทิ ถ้ากะทิแตกมัน ให้ตักมันที่แตกนั้น เก็บไว้ไปราดหมี่ไทยตอนปรุงเสร็จแล้วจะอร่อยมาก สุดท้ายหากทำเต้าเจี้ยวหลนเอง ระหว่างทำให้ใส่ตะไคร้ลงไปในหม้อด้วย จะได้มีกลิ่นหอมของตะไคร้
ปัจจุบันนี้ หมี่ไทย ยังเป็นเมนูเส้นในใจของใครต่อใคร ทั้งคนท้องถิ่นเอง หรือคนจากที่อื่น แต่ส่วนใหญ่จะนิยมซื้อกินเพราะสะดวกกว่าทำเอง แต่ระวังให้ดี บางเจ้า ที่เห็นเส้นเป็นสีน้ำตาล นั่นไม่ใช่สีของน้ำตาลทราย แต่เป็นสีของซีอิ้วดำ หากไม่ทำตามสูตรโบราณ รสชาติย่อมต่างกันเป็นแน่แท้

















