ภาวะมีบุตรยาก
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    ภาวะมีบุตรยาก คือ ภาวะที่คู่สมรสอยู่ด้วยกัน มีเพศสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ และไม่ได้คุมกำเนิดเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี แต่ไม่มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น ภาวะนี้อาจเกิดมาจากความผิดปกติทั้งจากฝ่ายหญิงหรือฝ่ายชาย โดยมีสาเหตุสำคัญ ดังนี้

ฝ่ายหญิง
    1. ความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ เช่น ท่อนำไข่อุดตัน มีพังผืดบริเวณท่อนำไข่และปีกมดลูก
    2. ภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ หรือมดลูกผิดปกติ เช่น มีก้อนเนื้อในบริเวณที่มีผลต่อการตั้งครรภ์
    3. รังไข่ หรือฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองและต่อมไร้ท่ออื่น ๆ ผิดปกติ ทำให้ไม่มีการตกไข่
    4. มีปริมาณมูกที่ปากมดลูกมากเกินไป ทำให้ตัวอสุจิเข้าไปในช่องคลอดลำบาก
    5. มีปัญหาด้านจิตใจ ความเครียด โรคประจำตัว วิตกกังวล

ฝ่ายชาย
    1. น้ำเชื้อผิดปกติทั้งเรื่องของรูปร่าง การเคลื่อนไหว จำนวน โดยอาจเกิดจากอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน
    2. การสร้างตัวอสุจิผิดปกติ เช่น ลูกอัณฑะอักเสบภายหลังผ่าตัด หรือผิดปกติแต่กำเนิด
    3. ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ เช่น ต่อมพิทูอิตารี ต่อมไทรอยด์ และต่อมหมวกไต เป็นต้น
    4. ความผิดปกติของอวัยวะสืบพันธุ์ เช่น ลูกอัณฑะไม่ลงในถุงอัณฑะ เซลล์สร้างอสุจิไม่เจริญ
    5. ปัจจัยอื่น เช่น ความเครียด วิตกกังวล แอลกอฮอล์ บุหรี่ อวัยวะเพศไม่แข็งตัว หรือหลั่งเร็วเกินไป

    การตรวจหาสาเหตุของภาวะมีบุตรยากจะเริ่มจากการซักประวัติโรคประจำตัว การเจ็บป่วย การมีประจำเดือน การมีเพศสัมพันธ์ ตลอดจนตรวจร่างกายและเลือดเพื่อดูระดับฮอร์โมน นอกจากนี้อาจมีการฉีดสารทึบแสง การทำอัลตราซาวด์ การส่องกล้องช่องท้องหรือโพรงมดลูก ซึ่งแพทย์จะพิจารณาตามความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละราย ในฝ่ายชายจะทำการตรวจวิเคราะห์น้ำอสุจิ เพื่อดูปริมาณน้ำเชื้อความเข้มข้น ลักษณะการเคลื่อนไหวและรูปร่างของตัวเชื้อว่าปกติหรือไม่

วิธีการรักษาภาวะมีบุตรยาก

    1. การฉีดน้ำเชื้อผสมเทียม เป็นวิธีการคัดเชื้ออสุจิที่สมบูรณ์ แข็งแรง ฉีดเข้าไปในโพรงมดลูกในวันที่ไข่ตก ผ่านทางท่อเล็ก ๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสให้อสุจิพบกับไข่มากขึ้น
    2. การทำเด็กหลอดแก้ว เป็นการนำไข่จากฝ่ายหญิงและเชื้ออสุจิจากฝ่ายชายมาผสมกันในจาน และเพาะเลี้ยงในอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสม จนมีการปฏิสนธิและแบ่งเซลล์ของตัวอ่อน จากนั้นจึงย้ายตัวอ่อนกลับเข้าไปในโพรงมดลูก
    3. การทำอิ๊กซี่ วิธีนี้จะเป็นการคัดเชื้ออสุจิที่สมบูรณ์แข็งแรงเพียง 1 ตัวแล้วฉีดเข้าไปในไข่โดยตรง เพื่อให้เกิดการปฏิสนธิ โดยใช้เครื่องมือพิเศษที่เรียกว่า Micromanipulator

    นอกจากการรักษาภาวะมีบุตรยากแล้ว นวัตกรรมทางการแพทย์ในปัจจุบันยังสามารถตรวจหาความผิดปกติทางพันธุกรรมก่อนการฝังตัวของตัวอ่อนอย่างละเอียดในระดับยีนและโครโมโซม หรือที่เรียกว่าการทำ PGD จึงสามารถคัดกรองเอาตัวอ่อนที่มีความผิดปกติออกไปได้ เช่น ยีนแฝงของโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย คู่สมรสที่ควรเข้ารับการทำ PGD คือ คู่สมรสที่มีความเสี่ยงสูงในการมีทารกที่มีความผิดปกติทางพันธุกรรม เช่น มารดาที่มีอายุมากกว่า 37 ปี มีประวัติการแท้งซ้ำ มีประวัติความผิดปกติของโรคทางพันธุกรรม ทั้งในส่วนของโครโมโซมและยีน

    ซึ่งจากการศึกษาพบว่าการทำ PGD นี้ไม่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อน และเด็กทารกที่เกิดอาจมีอัตราความผิดปกติแต่กำเนิดใกล้เคียงกับการทำเด็กหลอดแก้ว คือประมาณร้อยละ 1.7 แต่อย่างไรก็ตามการทำ PGD นี้ไม่สามารถตรวจหาความผิดปกติของโครโมโซมได้ทุกคู่ โดยทั่วไปจะตรวจเฉพาะโครโมโซมที่เป็นปัญหาบ่อย ๆ เท่านั้น

ขอขอบคุณรูปภาพประกอบจาก
www.momtomomsadvisor.com



 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2557
  • 75 ถนนภูเก็ต : พระบรมสารีริกธาตุ : บุญบารมีของ ร.5 (จาก กบิลพัสดุ์ ถึง สุวรรณบรรพต สู่ วัดนิตไทยจิ)
  • เรื่องจากปก : ภานุเกศร์ - สุวภัทร เริงการ สองผู้บริหารแห่ง "ภูเก็ตคอนกรีต 2007"
  • ห้องรับแขก : จากเด็กมีฝันคนตะกั่วป่า... สู่ช่างแต่งหน้า แถวหน้าของเมืองไทย
  • PHUKET"S NEXT GEN : Frozen PIDA... เวทีท้าอนาคตดารารุ่นเยาว์ชาวภูเก็ต
  • ธุรกิจการท่องเที่ยว : หลงรักตาชัย... ไปกับ Love Andaman

















Copyright© 2005 - 2014 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink