‘อยู่ไฟ’ ภูมิปัญญาไทยที่ทรงคุณค่า
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    ในอดีตหากพูดถึงการดูแลคุณแม่หลังคลอด พบว่ามีด้วยกันหลายวิธีแต่สิ่งที่จะขาดเสียไม่ได้ นั่นคือ ‘การอยู่ไฟ’ ซึ่งคนโบราณเชื่อว่า หญิงตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอยู่หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสรีระ น้ำหนัก หรือหน้าท้องที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น ทำให้หลังคลอดอาจมีอาการปวดเมื่อย หรืออักเสบของกล้ามเนื้อบริเวณสันหลัง หรือขาที่เกิดจากการกดทับระหว่างตั้งครรภ์ได้ ดังนั้นจึงได้คิดค้นวิธีดังกล่าว โดยใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ฟื้นฟูร่างกายให้คุณแม่หลังคลอดปรับสมดุลในร่างกายให้เป็นปกติโดยเร็วที่สุด

    เพื่อให้เข้าใจคำว่า ‘อยู่ไฟ’ ได้ชัดเจนขึ้น ดังนั้นเราจึงขอนำข้อมูลของศาสตร์ด้านนี้มาขยายให้รู้กัน โดย ‘หมอภัททิยา ปจันทบุตร’ แพทย์แผนไทย ผู้บุกเบิก ‘เรือนอยู่ไฟ หมอภัททิยา’ ที่แตกแขนงสาขางานบริการมาจาก ‘คลินิกหมอเติม’ ได้ให้ความรู้ว่า…

    “ขณะแม่ตั้งครรภ์จะสูญเสียแร่ธาตุมากมายในการนำไปสร้างเด็กในท้อง และธาตุที่สำคัญซึ่งได้แก่ ธาตุไฟ ที่ช่วยให้เกิดความอบอุ่น ทำให้เกิดพลังงานในการขับเคลื่อน พอถึงช่วงขณะคลอด แม่ต้องใช้พลังงานเยอะ ต้องเบ่ง ต้องออกแรง ในทางแพทย์แผนไทยบอกว่าทวารทั้งสิบเปิดหมด ความเย็นเข้าแทรกในร่างกายของแม่ ทำให้แม่เสียสมดุลธาตุ แม่หลังคลอดจึงมีอาการเย็นง่าย ปวดเมื่อยง่าย บวม ดังนั้นจึงต้องชดเชยแร่ธาตุที่เสียไป และฟื้นฟูธาตุไฟ จนเป็นที่มาของคำว่า“อยู่ไฟ” คือการเอาความร้อนเข้าสู่ร่างกาย คนโบราณใช้การอาบน้ำ ประคบร้อนด้วยก้อนหิน (ก้อนเส้า) ประคบด้วยสมุนไพร หรืออาจมีการเข้ากระโจมที่ทำแบบง่าย ๆ ด้วยสุ่มไก่ เอาผ้าคลุม และเอาความร้อนจากหม้อที่ต้มสมุนไพรแล้ว เข้าไปอบอยู่ในห้องสุ่มนั้นก็ได้”

    นอกจากการสูญเสียธาตุไฟที่เชื่อว่าทำให้คุณแม่หลังคลอดเกิดอาการไม่สบายตัวแล้ว ยังมีการเปลี่ยนแปลงอีกมากมายในร่างกาย เช่น การขยายตัวของมดลูกที่โดยปกติมีขนาดเท่ากำปั้นมือติดอยู่ในเบ้าหรือที่เรียกกันว่า ‘อู่’ ก็เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ส่งผลให้คุณแม่หลังคลอดทุกคนควรได้รับการอยู่ไฟด้วย

    “มดลูกของผู้หญิงปกตินี้จะอยู่ในตำแหน่งบริเวณสะดือ พอมีการตั้งครรภ์ มดลูกจะขยายตัวเพิ่มอีก 20 เท่า และเคลื่อนตัวลงมาต่ำ เพื่อรองรับทารก รก และน้ำคล่ำ แต่พอทารกคลอดออกไป ของเสียออกไป มดลูกที่เคลื่อนตัวลงมาก็ยังไม่กลับไปที่เดิม อยู่ต่ำบ้าง เอียงบ้าง ที่ขยายตัวก็ไม่ได้หดลง ทำให้สรีระภายนอกของคุณแม่หลังคลอดมีหน้าท้องบ้าง ลงพุงบ้าง ซึ่งในขั้นตอนระหว่างการอยู่ไฟก็จะมีการโกยท้อง โกยมดลูกให้เข้าที่ เพื่อช่วยปรับสรีระคุณแม่ และยังเป็นการป้องกันโรคหรือความเจ็บป่วยอื่น ๆ ที่จะตามมาภายหลังอีกด้วย”

    สำหรับวิธีการอยู่เรือนไฟในสมัยก่อนนั้นหมอภัททิยาเล่าว่า บางคนอาจสร้างขึ้นมาแบบง่าย ๆ ด้วยการนำสุมไก่มาดัดแปลงเป็นกระโจมคลุมด้วยผ้าขนาดใหญ่ หรือนอนผิงเตาไฟอุ่น ๆ บนกระดานไม้แผ่นเดียว พร้อมกับลูกน้อยที่อยู่ในกระด้ง แต่เพื่อความสะดวก ในปัจจุบันจึงมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการอยู่ไฟในกระโจมเป็นการอยู่ไฟในตู้อบที่ภายในบรรจุหม้อต้มสมุนไพรตามตำรับศาสตร์แพทย์แผนไทย ควบคู่ไปกับการนวดคลายเส้น และดูแลผิวพรรณให้คุณแม่หลังคลอดดูสวยเปล่งปลั่งมากยิ่งขึ้น

    “ถ้าเป็นขั้นตอนที่พี่ปฏิบัติอยู่นั้นจะเริ่มต้นด้วยการซักประวัติ เช็คร่างกาย จากนั้นก็อบสมุนไพร อาบน้ำต้มสมุนไพร นวดผ่อนคลาย เพื่อลดการเกร็งกล้ามเนื้อ นวดตะเกียบบริเวณอุ้งเชิงกรานที่ขยายตัวและกางออกจนทำให้ดูสะโพกใหญ่ให้หดตัวลง นวดโกยท้อง เพื่อลดการตึงของมดลูกและกระตุ้นให้มดลูกหดตัว นวดไหล่ บ่า คอ ศีรษะ เพื่อช่วยผ่อนคลาย นาบก้อนเส้า (หินแม่น้ำนำไปอังไฟให้ร้อน) บริเวณหน้าท้องเพื่อช่วยให้มดลูกเข้าอู่เร็วขึ้น โกยมดลูก เพื่อปรับมดลูกให้เข้าที่ นั่งถ่านสำหรับคุณแม่คลอดธรรมชาติ เพื่อช่วยให้แผลฝีเย็บหายเร็วขึ้น และการนวดหน้า นวดน้ำมัน พอกตัว ขัดตัว ด้วยสมุนไพรต่าง ๆ เพื่อให้คุณแม่กลับมามีผิวพรรณสดใสเหมือนเดิม”

    การผสมผสานระหว่างศาสตร์โบราณและการดูแลความสวยความงามแบบสมัยใหม่ ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้ล้วนออกมาดีกับตัวคุณแม่ทั้งสิ้น

    ส่วนคำถามที่หลายคนมักสงสัย คือ การอยู่ไฟนี้เหมาะสำหรับคุณแม่ที่คลอดด้วยวิธีธรรมชาติเท่านั้นหรือไม่ หมอภัททิยาอธิบายว่า ความจริงแล้วเหมาะสำหรับคุณแม่หลังคลอดทุกคน โดยหากเป็นการคลอดธรรมชาติรอเพียง 7-10 วันหลังคลอดก็สามารถมาใช้บริการได้เลย แต่ถ้าเป็นการคลอดโดยการผ่าตัดต้องทิ้งระยะ 30-45 วันให้แผลหายสนิทก่อนจึงจะสามารถเข้ารับบริการได้ โดยมีระยะเวลาให้เลือกตั้งแต่ 5 วัน 7 วัน 9 วัน และ 15 วัน ขึ้นอยู่กับความพอใจและความสะดวกของคุณแม่เอง

    “พี่ใช้ระยะเวลากว่า 9 ปี บุกเบิก‘การอยู่ไฟ’ในภูเก็ต ภายใต้ชื่อ ‘อยู่ไฟ คลินิกหมอเติม’ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า การอยู่ไฟนั้นสามารถทำได้ทั้งคุณแม่ที่คลอดธรรมชาติและคุณแม่ที่ผ่าท้องคลอด ซึ่งเมื่อก่อนจะมีความเชื่อผิด ๆ ว่า คนผ่าท้องคลอดอยู่ไฟไม่ได้ ความจริงแล้วจำเป็นและสามารถอยู่ไฟได้ เพียงแค่รอให้แผลหายดีก่อน รวมทั้งคนที่แท้งบุตร เพราะคุณแม่ทุกคนเวลาตั้งครรภ์ มดลูกขยายตัว ต้องปรับให้เข้าอู่เร็วที่สุด สุขภาพของคุณแม่เองก็จะฟื้นตัวเร็วขึ้นตามมา”


    ไม่เพียงแค่การดูแลในช่วงระยะอยู่ไฟ แต่ตลอดเวลา 2 เดือนหลังคลอดหมอภัททิยายังแนะนำว่าคุณแม่หลังคลอดต้องปฏิบัติตัวให้ถูกต้องตามหลักการเหล่านี้ด้วย...

1. การอาบน้ำอุ่น หรือน้ำต้มด้วยสมุนไพรจำพวกมะกรูด ขมิ้น ตะไคร้ หัวไพล เช้า-เย็น

2. การขัดตัวด้วยเกลือแทนสบู่อาทิตย์ละครั้ง

3. ดื่มน้ำอุ่นหรือน้ำขิงเป็นประจำ

4. ประคบหน้าท้อง เช้า-เย็น ด้วยกระเป๋าน้ำร้อน

5. ห้ามเดินเท้าเปล่าบนกระเบื้อง (เนื่องจากความร้อนภายในร่างกายจะถูกดูดความเย็นจากพื้นเข้ามา ทำให้การไหลเวียนของเลือดลมไม่ดี และมีผลทำให้เกิดอาการปวดเมื่อยได้ง่าย)

6. ห้ามรับประทานผักที่มีรสเย็น เช่น แตงกวา หัวผักกาดขาว หน่อไม้ ของหมักดองทุกชนิด อาหารรสจัด ผลไม้บางชนิด เช่น ทุเรียน ลองกอง แตงโม น้ำมะพร้าว องุ่น

7. รับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงน้ำนม เช่น แกงเลียงหัวปลี แกงพริกปลาย่าง หรืออาหารที่ปรุงด้วยพริกไทยและขิง

8. ทานยาสมุนไพรที่ช่วยขับน้ำคาวปลา บำรุงน้ำนม และบำรุงโลหิต ช่วยกระตุ้นให้ระบบประจำเดือนมาปกติ

    แม้ในยามปกติร่างกายจะปรับสภาพคืนสู่ภาวะเดิมได้เอง แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับคุณแม่ที่เหน็ดเหนื่อยจากการเสียเลือด เสียน้ำ เสียพลังงานในช่วงคลอดไปเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการอยู่ไฟ จึงเป็นภูมิปัญญาไทยที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับคุณแม่ยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ หากต้องการเป็น ‘คุณแม่ยังสาว’ ก็สามารถใช้การอยู่ไฟเป็นตัวเรียกความงดงามสมวัยให้หวนกลับคืนมา






 เรื่องอื่น ๆ




Apple
15 มกราคม 56 14:20
อยากทราบสถานที่ตั้งของร้านหน่อยค่ะและเบอร์โทรศัพท์ที่ต้องการติดต่อ
1

ปลา
24 พฤษภาคม 56 14:16
อยากทราบว่าสถานที่ตั้งของร้าน เบอร์โทรที่สามารถติดต่อได้ ไม่ทราบว่ามีการให้บริการอยู่ไฟหลังคลอดนอกสถานที่หรือเปล่าค่ะ
2




Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
กันยายน 2557
  • 75 ถนนภูเก็ต : หลายรักของ โยฮันน์ โวลฟ์กัง ฟอน เกอเธ่
  • เรื่องจากปก : Back to the Nature กลับสู่ความสุขท่ามกลางธรรมชาติในแบบ... ต่อศักดิ์ ใจชื่น
  • ห้องรับแขก : เที่ยวภูเก็ตง่าย ๆ ประหยัด ปลอดภัย... กับ "วันสบาย" โดย มุก เทพบุตร
  • PHUKET"S NEXT GEN : วิ่งเข้าไป... อย่างได้หยุดใจไว้แค่ฝัน
  • ธุรกิจการท่องเที่ยว : สวนผีเสื้อและโลกแมลงภูเก็ต... แหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวทางธรรมชาติ






Radio Phuket











Copyright© 2005 - 2014 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink