ลั๊ลลา ลันตา ตอนที่ 1
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


    แสงแดดเดือนเมษาถักทอไปทั่วแผ่นฟ้า ย่างเข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ อากาศร้อนอบอ้าวครอบคลุมทุกพื้นที่ แต่ก็ส่งผลให้ท้องฟ้ามีสีฟ้าสดใส น้ำทะเลใสสะอาด หาดทรายขาวสะดุดตา ดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวผมทอง ตาน้ำข้าว ชายหญิงมากหน้าหลายตา หลายเชื้อชาติมาเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลของประเทศไทยไม่ขาดสาย โดยเฉพาะชายหาด และเกาะแก่งของท้องทะเลอันดามัน ที่รับรองว่าใครไปก็ต้องติดใจ กลับมาบอกต่อถึงความงามกันปากต่อปากอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับที่เกาะสวรรค์แห่งนี้ ‘เกาะลันตา’

    ทริปนี้มีชื่อว่า ‘ลั๊ลลา ลันตา’ เพราะหาดแต่ละแห่งของเกาะแห่งนี้ ชวนให้รู้สึกลั๊ลลาจริงๆ เล่นเอาไม่มีสมาธิจะถ่ายภาพกันเลย จะเป็นอย่างไรต้องตามไปดูค่ะ

    เกาะลันตา มีฐานะเป็นอำเภอ ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดกระบี่ ประกอบไปด้วยเกาะลันตาใหญ่ และเกาะลันตาน้อย มีชื่อเสียงเรื่องความงามของชายหาด และท้องทะเล โดยเฉพาะในหมู่นักท่องเที่ยวชาวยุโรป และกลุ่มสแกนดิเนเวีย ที่เข้ามาท่องเที่ยวบนเกาะลันตาใหญ่เป็นจำนวนมากในแต่ละปี จึงทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวบนเกาะลันตาใหญ่คึกคัก และเจริญเติบโตเร็วมาก ในขณะที่เกาะลันตาน้อยนั้น การท่องเที่ยวไม่ได้คึกคักเท่า แต่ยังคงมีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวบ้านให้เห็นทั่วทั้งเกาะ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม แต่ก็ยังมีบางส่วนที่เป็นชาวไทยพุทธด้วยเช่นกัน

    การเดินทางสามารถนั่งเรือจากท่าเรือเจ้าฟ้าซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองกระบี่ เรือขาไปมีด้วยกัน 2 รอบ คือ 10.00 น. กับ 13.30 น. ระยะทางประมาณ 50 ก.ม. ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ มาขึ้นเรือที่ท่าเทียบเรือบ้านศาลาด่าน บนเกาะลันตาใหญ่ และขากลับมี 2 รอบเหมือนกัน คือ 08.00 น. และ 13.00 น. ส่วนค่าโดยสารนั้นต้องตรวจสอบกับทางท่าเรืออีกครั้ง เรือจะมีบริการในฤดูกาลท่องเที่ยว คือตั้งแต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนพฤษภาคมของทุกปี หรือหากใครที่ต้องการเดินทางจากภูเก็ต ก็สามารถนั่งเรือไปลงที่เกาะพีพี แล้วต่อเรือไปที่เกาะลันตาใหญ่ได้เช่นกัน หรือจะนั่งรถตู้โดยสารสาย ภูเก็ต-เกาะลันตา ก็สามารถติดต่อได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร 2 ได้เลย

    นอกจากนี้ยังสามารถนำรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ หรือยานพาหนะอื่น ๆ ข้ามฟากไปที่เกาะลันตาได้ โดยขึ้นแพขนานยนต์ ตรงท่าเรือบ้านหัวหิน ซึ่งหากเดินทางจากตัวเมืองกระบี่ไปทางท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ผ่านอ.เหนือคลอง อ.คลองท่อม ถึงประมาณหลักกิโลเมตรที่ 64 แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข4206 ก็จะมาถึงท่าเรือบ้านหัวหิน สังเกตง่าย ๆ จะมีปั๊มน้ำมันบางจากอยู่ปากทางเข้า พร้อมกับป้ายบอกทางให้เลี้ยวขวา ไปเกาะลันตา เลี้ยวได้เลยค่ะไม่ต้องคิดมาก แล้วขับตรงไปเรื่อย ๆ 


     พอไปถึงท่าเรือบ้านหัวหินแล้วก็จะเห็นรถราต่อแถวกันยาวเหยียดเพื่อจะซื้อตั๋วเดินทางไปเกาะลันตาน้อย และเกาะลันตาใหญ่ ก็แล้วแต่ว่าใครจะเลือกปักหมุดที่เกาะไหน หากไปแค่เกาะลันตาน้อย ก็จ่ายค่าตั๋วแค่ครึ่งเดียว คือ รถยนต์ส่วนบุคคลคันละ 100 บาท รวมคนขับ ส่วนผู้โดยสารคนละ 10 บาท (ไม่เกิน 3 คน) แพจะไปจอดที่ท่าเรือบ้านคลองหมาก บนเกาะลันตาน้อย ใช้เวลาเกือบ 20 นาที แต่หากต้องการเดินทางต่อไปที่เกาะลันตาใหญ่ ก็จ่ายค่าตั๋วเพิ่มอีก 70 บาท สำหรับค่ารถยนต์รวมคนขับ ส่วนผู้โดยสารจ่ายเพิ่มคนละ 3 บาท (ไม่เกิน 3 คนเช่นกัน) แพจะไปจอดที่ท่าเรือศาลาด่าน บนเกาะลันตาใหญ่ ใช้เวลาเพียงแค่อึดใจเดียว ส่วนพาหนะอื่น ๆ ก็จะคิดลดหลั่น และเพิ่มเติมตามขนาด เช่น มอเตอร์ไซค์ราคา 30 บาท รถหกล้อราคา 200 บาท เป็นต้น ซึ่งสามารถใช้บริการได้ตั้งแต่เช้า (แล้วแต่เวลาแพ) จนถึงช่วงค่ำ (ประมาณสองทุ่ม)

    การเดินทางด้วยแพขนานยนต์จะได้รับความนิยมจากชาวบ้านเกาะลันตา และนักท่องเที่ยวชาวเอเชียที่มักจะเดินทางไปกันเป็นกลุ่ม หรือครอบครัว และไม่สะดวกจะขับมอเตอร์ไซค์ไปมาบนเกาะ ฉันเองก็ทดลองขึ้นแพขนานยนต์เป็นครั้งแรกในชีวิต ตื่นเต้นดีค่ะ หวั่น ๆ ว่าตัวเองจะขับรถพุ่งลงทะเลไปหรือเปล่า ฉันว่าวิธีการท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง ๆ ทำให้รสชาติการเดินทางของฉันไม่จำเจ ใช่ว่าจะไปเที่ยวเกาะแล้วก็ต้องนั่งเรือเป็นเวลานาน ๆ เสมอไป บนเรือโดยสารสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ อาจทำให้ฉันพบปะพูดคุยกับเพื่อนใหม่ที่มีจุดหมายเดียวกัน แต่การนั่งแพขนานยนต์แบบนี้ นอกจากจะประหยัดแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ฉันได้เรียนรู้ความรู้สึกของคนในชุมชนได้อีกด้วย เพราะแพขนานยนต์เป็นเส้นทางสัญจรหลักของคนในพื้นที่

    ฉันมีโอกาสได้พูดคุย ทักทายกับ ม๊ะ ไม่มู้น๊า สำหนาว หญิงชราชาวมุสลิม ที่พื้นเพเป็นชาวเกาะลันตาแต่กำเนิด เธออาศัยอยู่ที่เกาะลันตาน้อย ลูก ๆ ของเธอเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุเสีย 2 คน แต่เธอก็ยังเหลือลูกชายคนเล็กอีกคนที่คอยหาเลี้ยง เธอบอกว่า เธอโดยสารแพขนานยนต์อยู่บ่อยครั้ง เพื่อไปซื้อของ และทำธุระในเมืองกระบี่ เธอว่ามันสะดวกดี ไม่แพง ไม่นาน นั่งสบายถึงแดดจะร้อนก็ตามที แต่ได้นั่งมองทะเลเรื่อย ๆ ครอบครัวของเธอนั้น เดิมทียึดอาชีพประมงเป็นหลัก แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป กระแสทุนนิยม และความร้อนแรงของการท่องเที่ยวก็ทำให้ลูกหลานของเธอต้องหมุนตามแกนโลก ด้วยการทำอาชีพที่รองรับธุรกิจการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นพนักงานโรงแรม เด็กเสิร์ฟในร้านอาหาร คนขับเรือนำเที่ยว ฯลฯ ซึ่งทุกคนก็ต้องเดินทางไปทำงานบนเกาะลันตาใหญ่ ทำให้เกาะลันตาน้อยกลายเป็นเพียงเพิงพักกายหลังเลิกงานเท่านั้น แต่ม๊ะกลับหันมาบอกฉันด้วยหน้ายิ้มแย้มว่า “ปล่อยให้เกาะลันตาน้อยเป็นพันนี้แหละดีแล้ว ให้มันสงบแบบนี้แหละ ไม่รู้จะไปเจริญตามกันทำไม” ...ก็จริงอย่างที่ม๊ะว่านะคะ ทำไมจะต้องทำอะไรตาม ๆ กัน

    ฉันขับรถไปส่งม๊ะที่บ้าน ก่อนจะจากกัน ม๊ะเชื้อเชิญให้ลงไปกินข้าวที่บ้าน ความจริงฉันก็อยากจะลงไปชิมกับข้าวฝีมือม๊ะ แต่ภารกิจลั๊ลลาของฉันยังรออยู่ จึงขอตัวและขับรถไปชมรอบเกาะลันตาน้อยแบบพอสังเขป ซึ่งบริเวณโดยรอบของเกาะก็ไม่ต่างกับบรรยากาศของชุมชนมุสลิมอื่น ๆ แต่จะเด่นก็ตรงมีชายหาดอันสงบเงียบ คือ หาดหลังสอด ซึ่งมีความร่มรื่นของทิวสน และมีความสวยงามของหาดทราย และน้ำทะเล แต่มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมค่อนข้างบางตา จึงทำให้ได้บรรยากาศของหาดส่วนตัวเป็นอย่างมาก เห็นแล้วอยากจะกระโดดลงเล่นน้ำให้หนำใจ แต่เนื่องจากเวลามีไม่มาก ฉันจึงต้องรีบบึ่งตรงไปที่ท่าเรือหลังสอด เพื่อขึ้นแพขนานยนต์ไปยังท่าเรือศาลาด่านบนเกาะลันตาใหญ่ จะได้ไปถึงที่พักไม่เย็นมาก ได้ยินมาว่าถึงแม้ถนนหนทางบนเกาะลันตาใหญ่จะมีสภาพดี พร้อมใช้งานมากแค่ไหน แต่ก็หลายจุดก็ยังไม่มีการติดตั้งเสาไฟฟ้าริมทาง ดังนั้นไปถึงก่อนแต่เนิ่น ๆ น่าจะปลอดภัยกว่า

    เส้นทางจากท่าเรือบ้านคลองหมาก มายังท่าเรือหลังสอด ก็หาไม่ยาก เพราะมีป้ายบอกทางชัดเจน และถนนหนทางบนเกาะลันตาน้อยก็มีเส้นทางหลักเพียงเส้นเดียว รับรองไม่มีหลงค่ะ ระหว่างที่รอขึ้นแพอยู่นั้น เหลือบไปเห็นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือ สอบถามคนงานจึงได้ความว่ากำลังสร้างสะพานที่เชื่อมระหว่างเกาะลันตาน้อย และเกาะลันตาใหญ่เข้าด้วยกัน อีกไม่กี่ปีก็จะเสร็จแล้ว การคมนาคมจะได้สะดวกมากยิ่งขึ้นอีก ฉันหวนนึกถึงคำของม๊ะ ไม่มู้น๊ะ “จะเจริญตามกันไปทำไม???”

    ไม่นานแพขนานยนต์ก็พาฉันมาถึงท่าเรือศาลาด่าน และที่ไม่ไกลกันมาก จะเป็นที่ตั้งของท่าเรือเฟอรี่ที่เดินทางมาจากเกาะพีพี หรือจากเมืองกระบี่ ซึ่งท่าเรือนี้จะตั้งอยู่ตรงทิศเหนือของเกาะ ซึ่งถือเป็นจุดรวมความเจริญทุกอย่างของเกาะลันตาใหญ่ มีท่าเรือ ร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ท เกสเฮาส์ บริการรถเช่า เป็นต้น แน่นอนค่ะ จำนวนนักท่องเที่ยวก็มากตามไปด้วย ราคาที่พักก็จะค่อนข้างสูง เพราะส่วนมากจะตั้งอยู่ไม่ไกลกับชายหาด และเนื่องจากเกาะลันตามีลักษณะยาวรี จึงมีชายหาดมากมายทอดตัวตั้งแต่ทิศเหนือถึงทิศใต้ของเกาะ ให้เราได้เลือกลั๊ลลากันได้ตลอดทาง

    เริ่มที่หาดคลองดาว ซึ่งมีความยาวประมาณ 3 กิโลเมตร มีหาดทรายที่เนียนขาว และปลอดภัย เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ หาดคลองดาวเป็นหาดแรกถัดจากบ้านศาลาด่าน และเป็นหาดแรก ๆ ที่มีการสร้างโรงแรมขึ้น จึงทำให้เป็นหาดที่มีโรงแรมมากที่สุด และส่วนใหญ่จะเป็นโรงแรมแบบครอบครัว เนื่องด้วยความสะดวกสบาย ใกล้แหล่งชุมชน จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวที่นิยมพักเป็นครอบครัวเลือกที่จะพักบนหาดนี้กันมาก

    ขับรถมาต่อมาไม่ไกลที่หาดพระแอะ หรือ ลองบีช มีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร ลักษณะหาดมีความลาดเอียงลงสู่ทะเล ฉะนั้นนักท่องเที่ยวที่ต้องการเล่นน้ำในบริเวณหาดนี้ ควรใช้ความระมัดระวังสักหน่อย แต่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว คลื่นลมไม่แรงมาก หาดทรายมีความเนียนละเอียด นักท่องเที่ยวนิยมมาอาบแดดกันมาก และหาดนี้ยังเป็นจุดขึ้นลงเรือสปีดโบ๊ทสำหรับเดินทางไปเกาะพีพี ที่นี่มีโรงแรมที่พักให้เลือกอยู่มากมาย และหลายระดับราคาเช่นกัน และในสไตล์ที่แตกต่าง นักท่องเที่ยวสามารถมองหาที่พักที่เหมาะกับตนได้ง่ายดาย นอกจากนี้หาดพระแอะยังเป็นสวนสาธารณะสำหรับชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวอีกด้วย

    หาดต่อมา ซึ่งต้องขับรถออกมาจากหาดพระแอะประมาณ 10 นาที คือหาดคลองโขง มีความยาวของหาดประมาณ 3 กิโลเมตรเศษ มีต้นเตยทะเลและต้นสนทะเล ขึ้นเรียงรายเรียบไปกับความยาวของหาดเป็นช่วง ๆ และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในยามน้ำทะเลลด สามารถมองเห็นโขดหินเรียงรายภายใต้ดวงตะวันสีส้มในยามอัสดง ตามโขดหินเหล่านี้ ยังเป็นที่อยู่ของสัตว์น้ำตัวเล็ก ๆ และสัตว์น้ำที่ต้องการพื้นที่ในการฟูมฟักจากไข่อ่อนให้แข็งแรง จึงสามารถเห็นลูกปลาตัวเล็ก ๆ ตามโขดหินนี้มากมาย มีโรงแรมที่พักในหลากหลายราคา และมีแนวที่ชัดเจน ส่วนใหญ่จะเป็นรีสอร์ทขนาดเล็กและกลางที่ดำเนินกิจการกันเองในครอบครัว

    เดินทางกันมาแค่ 3 หาด ซึ่งยังคงอยู่บริเวณตอนเหนือของเกาะ ก็ทำให้ฉันลั๊ลลาจนต้องวางกล้อง ปลดเป้ แล้วลงเล่นน้ำที่หาดพระแอะ ตอนแดดยังสาดส่องเต็มที่ ไม่กลัวมะเร็งผิวหนังจะถามหา เห็นนักท่องเที่ยวหลายคนนอนอาบแดด เล่นน้ำ มองเห็นรอยยิ้มแห่งความสุขฉายออกมาบนดวงหน้าสีขาวซีดนั้น ยิ่งทำให้ฉันอยากสำรวจเกาะสวรรค์แห่งนี้ให้ครบทุกซอกทุกมุมจริง ๆ แต่คงต้องอดใจรอในฉบับหน้านะคะ วันนี้ขอตัวไปเล่นน้ำก่อนค่ะ

ข้อมูลอ้างอิง...
www.lantainfo.com





 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
เมษายน 2561
  • 75 ถนนภูเก็ต : การเสด็จมาของ "พระมหาโพธิสัตต์" บนเกาะภูเก็ต
  • เรื่องจากปก : หุ่นสายภูเก็จ กับความภูมิใจสู่เวทีหุ่นโลก
  • Business : About BEฟินดี๊ดี ทั้งซีฟู้ดและของหวาน
  • Business : เติมเต็มช่วงเวลาแห่งความสุข… ที่ Dolphins Bay Phuket
  • ห้องรับแขก : ปลูกวัคซีนให้ชีวิต กับ พระอาจารย์อานนท์ อัมมโร

















Copyright© 2005 - 2018 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink