Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า
Text size:
By กองบรรณาธิการเว็บไซต์
Bookmark and Share

Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า
Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า
Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า

     ได้ยินชื่อเสียงของโบรโม่(Bromo)ภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นและมีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ง บนเกาะชวาฝั่งตะวันออก ประเทศอินโดนีเซียมาก็นาน ครั้งนี้มีโอกาสได้ไปสัมผัสด้วยตนเอง จึงขอเก็บมาเล่าให้ฟังกัน  จากเส้นทางเมือง Sidoarjo ที่ตั้งของสนามบิน คนขับพาลัดเลาะออกมาตามชานเมืองเพื่อเข้าสู่ Probolinggo ไปเรื่อยๆ ผ่านบ้านเรือนและถนนหนทางรอบๆ แม้ว่าจะดูลัดเลาะและคดเคี้ยวอยู่บ้าง แต่ใจก็ไม่ย่อท้อ เพราะอยากเห็นโบรโม่ เต็มแก่แล้ว เส้นทางเมื่อวิ่งมาถึงเมือง  Probolingo จะต้องขับรถขึ้นภูเขาไปยังที่พัก ซึ่งหักโค้งและลดเลี้ยวพอสมควร ประกอบกับถนนที่แคบมาก เลยลุ้นระทึกเป็นระยะๆ ดีว่าคนขับค่อนข้างชำนาญเส้นทางพอตัวเลยสบายใจหน่อย

     Salamat Datang ! เสียงมอร์นิ่งคอลภาษาอินโดฯนุ่มๆ ตอนตี 3 เพียงพอที่จะปลุกจากนิทราอย่างไม่ยากเย็น เพราะจิตใจจดจ่ออยู่กับ “Mt. Bromo” ตั้งแต่เห็นภาพแขวนโชว์ด้านหน้า “Bromo cottege”โรงแรมที่พักซึ่งบอกได้คำเดียวว่าน่ารักมากโรงแรมสวยๆกลางหุบเขา ขนาดที่พักก็ประทับใจแล้วถ้าไปเจอภูเขาไฟของจริงจะตื่นเต้นขนาดไหน คิดว่าตัวเองตื่นเช้าแต่ก็มีคนมารอพร้อมกันมากมายนั่งจิบชาอินโดเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นเพื่อจะไปสัมผัสกับลมหายใจแห่งเทพเจ้า

     เวลาเดินทางคือก่อนพระอาทิตย์ตื่น…รถประจำทริปวันนี้คือ จิ๊บ การเดินทางก็ทุลักทุเล และหวาดเสียวเล็กน้อย ขบวนรถจี๊ป ซึ่งแต่ละคันบรรจุผู้มาเยือนเต็มอัตราจึง มุ่งหน้าฝ่าความมืดลงเขาขึ้นไปทางเหนือ เป้าหมายสู่จุดปักหลักเพื่อชมวิวรับตะวันที่สามารถมองเห็นภูเขาไฟได้ถนัด ที่สุด นั่นก็คือเทือกเขาพีนันจากัน (Mt. Penanjakan) ที่ตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงกันข้าม เพิ่งรู้ว่าตื่นตี 3 กว่าก็ยังช้าไป เพราะทันทีที่เดินผ่านจุดจอดคาราวานจี๊ปแทรกตัวผ่านคลื่นคนขึ้นบันไดมาถึง มุมดีๆ ก็ถูกจับจองไปหมดแล้ว เราตรงไปยังจุดชมวิวก่อน ถึงจุดชมวิว ยังแทบจะมองไม่เห็นอะไร แต่มีคนมารอกันเพียบเลย เพื่อจับจองที่สำหรับถ่ายรูป บางคนก็ นั่งหลบอยู่ในศาลา เพราะอากาศหนาวมาก และที่สำคัญมีลมพัดเป็นระยะ ตอนรอพระอาทิตย์ขึ้น ลุ้นกันมาก เพราะหมอกค่อยข้างหนา แต่พอ เริ่มมีแสงรำไร โอ ความหนาวและเหนื่อยหมดไปจริงๆ บอกได้คำเดียวว่า สวรรค์มีจริง บนโลกใบนี้ เว่อร์ไปมั้ย แต่สวยมาก กล้องถ่ายรูปของเรา เก็บภาพความสวยงามมาได้ไม่เท่ากับที่เราเห็นจากสองตาของเราเลย ว่ากันว่า จุดที่ยืนอยู่นี้สูงจากระดับน้ำทะเล 2,770 เมตร จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แม้จะทรงเครื่องกันหนาวครบเซต ทั้งเสื้อ หมวก ถุงมือ ถุงเท้า ฯลฯ แต่สายลมเย็นๆ ก็ยังหอบเอาความหนาวมาพอให้ขนคอขนแขนได้ทำงานเป็นระยะๆ

Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า
Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า

     เมื่อชมวิวจนหนำใจแล้ว คนขับก็พาลงจากจุดชมวิว เพื่อตะลุยปีนไปดูควันไฟที่พวยพุ่งออกมาจากปากปล่องกันเลย ถนนรอบเขาแคบมาก แถมคนขับก็ซิ่งได้ใจเหลือเกิน ทั้งลุ้นระทึกและมันพร้อมๆกัน ใช้เวลาราว 20 นาที ก็ลงมายังเบื้องล่าง เพื่อไปยังเป้าหมายจะต้องขับรถผ่านบริเวณที่ราบ Tengger Caldera ซึ่งเป็นพื้นทรายฝุ่นสีดำกินพื้นที่กว้างพอสมควรบริเวณที่จอดรถ Jeep ใกล้วัดฮินดูโบราณ วันนี้เป็นวันสำคัญทางศาสนาฮินดูด้วยหนึ่งปีมี2ครั้ง ตลอดทางมาก็จะเห็นชาวฮินดูแวะบูชาเสาหินข้างทางอยู่เป็นระยะ เข้าเรื่องภูเขาไฟต่อดีกว่า การเดินทางหลังจากนี้ใครใคร่เดินก็เดิน แต่ใครไม่ใคร่เดินสามารถใช้บริการขี่ม้าได้ ไป-กลับ เท่าที่เห็นส่วนมากเลือกขี่ม้ามากกว่า เพราะนอกจากจะได้อรรถรสเดินทางบนทะเลทรายแล้ว ยังต้องออมแรงไว้ไต่บันไดคอนกรีตอีก 250 ขั้น สู่ปากปล่องโบรโม่อีกด้วย จุดรับส่งม้าจะพาไปยังตีนบันไดทางขึ้น ซึ่งชันและสูงพอสมควร เมื่อถึงปากปล่องจะมีราวกั้นเป็นระยะสั้นๆไม่กี่เมตร ถ้าใครชอบความหวาดเสียว จะเดินตะลุยทางเดินที่แคบและเล็กแต่ไม่มีรางกั้นรอบปากปล่องก็ได้ แต่คงต้องระวังพอตัว เพราะขืนตกลงไปคงไม่มีใครช่วยเอาไว้ได้แน

     แสงแดด เริ่มร้อนแรง แต่อากาศเบาบางก็ยังเย็นไม่หยุดหย่อน บอกได้เลยว่า ขึ้นมาแล้วยังไงก็คุ้ม เพราะวิวรอบด้านที่มองเห็นจากปากปล่องภูเขาไฟโบรโม่นั้น ไม่ได้งดงามน้อยไปกว่าวิวที่เห็นจากเทือกเขาพีนันจากันเลยเหตุผลที่คนทั่วโลกเลือกมาเยือนที่นี่ ไม่ใช่เพราะเป็นภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ไม่ใช่เพราะรูปสวยทรงเสน่ห์ไม่ใช่เพราะยิ่งใหญ่ไกลกันดาร…หากแต่เพราะ “มาถึง” และ “สัมผัสได้”

     ที่นี่ใช้ดอกไม้เพื่อขอพรและบูชาเทพเจ้าแห่งภูเขาไฟแห่งนี้ ว่ากันว่า เมื่อก่อนใช้คนเป็นๆ นี่แหละบูชายัญ ต่อมาก็ค่อยๆ เปลี่ยนมาใช้สัตว์ใหญ่ ก่อนพัฒนาเป็นสัตว์เล็ก จนกระทั่งปลี่ยนมาใช้ดอกไม้อย่างในปัจจุบัน
วิธีการง่ายๆ ก็แค่สวดอธิษฐานขอพรก่อนที่จะปาดอกไม้ลงไปในปากปล่องภูเขาไฟ เป็นอันเสร็จสิ้น การมาสัมผัสลมหายใจแห่งเทพเจ้า แต่ยังไม่เสร็จสิ้นภารกิจของผู้เดินทางมาปากปล่องภูเขาไฟนั่นก็คือเดินลงไป แต่ยังไงก็คุ้ม ขอบอกว่าถ้ามีโอกาสซักครั้งที่จะมาสัมผัสกับโบรโม่ อย่าปล่อยให้พลาดโอกาสแห่งประสบการณ์ภูเขาไฟที่จะหาจากที่ไหนก็เหมือนที่นี่อีกแล้ว ทั้งเส้นทางที่ตื่นเต้นกับคนขับขาซิ่ง ธรรมชาติสุดสวยผสมวัฒนธรรม ทุกอย่างที่นี่ไม่มีอะไรต้องปรับปรุงแล้ว ขาดอยู่อย่างเดียวคือคุณต้องมาดูด้วยตัวเอง แล้วจะรู้ว่าที่เล่ามาทั้งหมดไม่มีอะไรเกินจริงเลย

ขอขอบคุณ : www.singaporeair.com และ www.silkair.com

Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า
Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า Bromo ลมหายใจแห่งเทพเจ้า



 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
พฤศจิกายน 2560
  • 75 ถนนภูเก็ต : ปรัชญาปารามิตาสูตรหฤทัยสูตร (อธิบาย 3)
  • เรื่องจากปก : ชีวิตสร้างได้ ของ อลัน ยิป
  • Business : Bike Sharing…เปลี่ยนทั้งเมือง เปลี่ยนทั้งคน
  • Business : เมื่อกาแฟ...ไม่ใช่แค่เพียงเครื่องดื่ม
  • ห้องรับแขก : เพ็ชร ชั้นเจริญ กับภารกิจใหญ่ในสนามบินภูเก็ต

















Copyright© 2005 - 2017 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink