KL ดินแดนหลากสีสัน แห่งเอเชีย
Text size:
By กองบรรณาธิการภูเก็ตบูลเลทิน
Bookmark and Share


     ในยามที่พระอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า เป็นช่วงเวลาเดียวที่เราเดินทางออกจากมะละกา สู่กัวลาลัมเปอร์ หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า KL เมืองหลวงของประเทศที่มีสโกแกนติดหูว่า “มาเลเชีย ที่นี่เอเชีย” เราได้มาถึง KL ในยามที่ท้องฟ้ามืดสนิท แต่กลับดูสว่างไสวด้วยแสงไฟระยิบระยับทั่วเมือง รู้สึกได้ถึงคำนิยามที่ว่า "สวนสวรรค์แห่งแสงสี" จริงๆ

      เราประเดิมความสนุกด้วยการท่อง KL ยามราตรี เป็นทริปแรก ด้วยสองขาของพวกเราที่จะพาเราตระเวนดูวิถีชีวิตของชาวกรุงมาเลย์ในยามค่ำคืน ที่ดูแล้วไม่ต่างจากย่านสีลมบ้านเรา แต่สิ่งที่สูงเด่นเป็นสง่าที่สุด สามารถดึงทุกสายตาให้จับจ้อง ก็คงต้องตึกเปโตรนาส หรือที่เรียกกันว่า ทวิน ทาวเวอร ตึกแฝดที่สูงที่สุดในโลก ด้วยความสูงของตึก 88 ชั้น กลายเป็นสถาปัตยกรรมที่เปล่งประกายด้วยแสงแห่งความงามคล้ายโลหะเงิน จนอดไม่ได้ที่จะหยิบกล้องขึ้นมาเก็บเป็นภาพความประทับใจ ก่อนที่จะกลับมาพักผ่อนชาร์ตแบตให้เต็ม เพื่อที่จะสัมผัส KL อย่างเต็มรูปแบบในเช้าวันใหม่

     9.00 น. เมื่อรถที่จะพาเราไปรู้จัก KL แล่นเข้ามาจอดเทียบด้านหน้าโรงแรม เพื่อจะพาพวกเราไปพบกับประสบการณ์ใหม่ใน KL ที่กำลังจะเริ่มต้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า สถานที่แรกที่เราได้สัมผัสคืออิสตานา เนการา ที่ประทับอย่างเป็นทางการของพระมหากษัตริย์แห่งมาเลเซีย ที่นี่อนุญาตให้เก็บภาพเพียงด้านนอกของพระราชวังเท่านั้น กับทหารสี่นายที่อยู่ประจำด้านหน้าประตูทางเข้าด้วยมาดสุขุม ภายใต้เครื่องแต่งกายทหารเต็มยศ มาเป็นนายแบบให้เราได้ถ่ายภาพ ก่อนจะออกเดินทางต่อไปยัง อนุสาวรีย์แห่งชาติมาเลเซีย มีชื่อว่า Tugu Negara สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงทหารหาญที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 1 (ค.ศ.1914-1918) สงครามโลกครั้งที่ 2 (ค.ศ.1939-1945) ที่ญี่ปุ่นบุกยึดมาเลเซีย และการต่อสู้กับคอมมิวนิสต์ (ค.ศ.1948-1960) บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์เป็นสวนสาธารณะที่สร้างขึ้นอย่างสวยงาม และสมเกียรติกับการรำลึกถึงทหารที่เสียชีวิต จากนั้นเราก็ไปยัง จัตุรัสแห่งประวัติศาสตร์มาเลย์ เมอร์เดก้า จัตุรัสแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของเสาธงประจำชาติมาเลเซียที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งได้รับการชักขึ้นสู่ยอดเสา ในเวลาวันที่ 31 สิงหาคม ค.ศ. 1957 หรือก็คือวันประกาศอิสรภาพจากประเทศอังกฤษ

หทารยามอนุสาวรีย์แห่งชาติมาเลเซีย จัตุรัสแห่งประวัติศาสตร์มาเลย์ เมอร์เดก้า จัตุรัส

     ส่วนฝั่งตรงข้ามกับจัตุรัสฯ เป็น อาคารสุลต่าน อับดุล ซาหมัด อาคารแห่งนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบวิคตอเรียนผสมผสานแบบมัวร์ โดยมีหอนาฬิกาตั้งตระหง่านอวดความสวยงามอยู่ด้านบนของตัวตึกควบคู่ไปกับจัตุรัสเมอร์เดก้า ก่อนจะจบทริปวันนี้ ที่ เคแอล ทาวเวอรหอคอยโทรคมนาคมอันสูงสง่าบนยอดเขาบูกิตนานาส ที่มีความสูงเป็นอันดับ 4 ของโลก ด้วยความสูงถึง 421 เมตร ภายในหอคอยมีภัตตาคาร ร้านขายของที่ระลึกและอื่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นสถานีวิทยุโทรทัศน์ด้วยระบบสื่อสารอันทันสมัย รวมถึงเป็นจุดชมวิวชั้นเยี่ยม บนชั้น TH01 หรือ Tower Head ที่โดยรอบตัวโดมกรุด้วยกระจกใสรอบด้าน ทำให้มองเห็นวิวทิวทัศน์ของ KL ได้โดยรอบ และแล้วการเดินทางในวันนี้ก็สิ้นสุดลงด้วยรอยยิ้มและความสุข แต่ความสนุกยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะพี่ไกด์สุดหล่อบอกกับเราว่าวันพรุ่งยังมีโปรแกรมเด็ดรออยู่

      และการตั้งตารอกับโปรแกรมใหม่ก็มาถึง วันนี้พวกเราเดินทางออกจาก KL ตั้งแต่เช้า เพื่อเดินทาง ไปสัมผัสเทคโนโลยีอันน่าทึ่งของมาเลย์กับกระเช้าลอยฟ้า ที่ทั้งสะดวก ปลอดภัยและมีความเร็วที่สุดในโลก สามารถเคลื่อนตัวได้ 6 เมตรต่อวินาที  ด้วยระยะทาง 3.4 กิโลเมตร ที่จะนำเราผ่านปุยเมฆหมอกอันหนาวเย็นเข้าสู่เมืองตากอากาศบนยอดเขา เก็นติ้ง ไฮแลนด ที่เป็นที่ตั้งของ กาสิโนระดับชาติ แห่งดูดเงินชั้นเยี่ยมของนักเสี่ยงโชค ปัจจุบันเก็นติ้ง ไฮแลนด์พลิกโฉมจากสถานบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่  มาเป็นศูนย์รวมความสนุกของครอบครัว ภายใต้คอนเซ็ปที่ว่า City of  Entertainment เมืองแห่งความบันเทิงระดับโลก ที่ต้องบอกได้คำเดียวว่าตระการตาจริงๆ ทั้งโรงแรม พิพิธภัณฑ์ ร้านอาหาร ร้านขายของต่างๆ และเครื่องเล่นมากมายที่สร้างสีสันความสุขและรอยยิ้มให้กับผู้มาเยือน ซึ่งไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสถานที่แห่งนี้จึงไม่เคยหลับใหลและร้างราจากผู้คน

      และหลังจากที่สนุกสนานกับการช้อปปิ้งและถ่ายภาพกันจนหนำใจแล้ว พวกเราก็เดินทางต่อไปยัง วัดถ้ำบาตู เคฟ ศาสนสถานศูนย์รวมชาวฮินดูที่ใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย แต่การที่จะไปให้ถึงถ้ำแห่งนี้ได้นั้น จะต้องเดินขึ้นตามขั้นบันไดทั้งหมด 272 ขั้น เพื่อเข้าไปสักการะสิ่งศักดิ์ด้านใน แต่งานนี้พวกเราของยกธงขาว เมื่อเห็นหนทางข้างหน้าแล้วเดินไม่ไหวจริงๆ ทั้งสูง ทั้งชัน เอาเป็นว่าขอสักการะและขอพรอยู่ด้านล่างด้วยใจบริสุทธิ์ก็อิ่มบุญ อิ่มใจไม่แพ้กัน ก่อนจะส่งท้ายทริปการท่อง KL ด้วยการตะลุยแหล่งช้อปปิ้งราคาถูก ที่โดนใจสุดๆ ทำเอางานนี้กระเป๋าแห้งไปตามๆ กัน



แม้การมาสัมผัส KL ในครั้งนี้จะเหนื่อยล้าจากการเดินทางไปบ้าง แต่ต้องขอบอกว่าเป็นทริปที่สนุกจริงๆ ที่เราไม่อยากเอ่ยลาในรุ่งตะวัน ที่กำลัง จะมาถึงในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้ แต่ก็จะป็นต้องขอเอ่ยคำว่า “ราตรีสวัสดิ์”


ขอขอบคุณ : การท่องเที่ยวมาเลเซีย สำนักงานภูเก็ต
183/81 ถ.พังงา ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง จ.ภูเก็ต 83000
โทร.0 7622 0192-3           แฟกซ์. 0 7622 0196
เว็บไซต์ www.tourismmalaysia.gov.my





 เรื่องอื่น ๆ







Comment Form

ดึงภาพจากระบบ

(required)

Code


นิตยสารภูเก็ตบูเลทิน
สิงหาคม 2557
  • 75 ถนนภูเก็ต : ความต่างของ "คนรวยกับคนไม่รวย"
  • เรื่องจากปก : ทลาย... Comfort Zone สร้างบริษัทชั้นนำในแบบ "เอกวัสส์ พงษ์นริศร"
  • Wellness Talk : ปั่นเปลี่ยนชีวิต
  • ภูมิชีวิต : ของฝาก จากไต้หวัน
  • ห้องรับแขก : ธุรกิจยางรถยนต์... ธุรกิจที่เริ่มมาจากรัก






Radio Phuket











Copyright© 2005 - 2014 phuketbulletin.co.th, All rights reserved 
Weblink