พอถึงวันตรุษจีน
หรือที่คนไทยเชื้อสายจีนในภูเก็ตเรียกว่า เดือนสาม ทีไร
นอกจากจะนึกถึง วันจ่าย วันไหว้ วันเที่ยว และอั่งเปาจากญาติผู้ใหญ่
แล้ว ยังมีอีกหนึ่งอย่างที่ฉันนึกถึงอยู่เสมอมา นั่นคือ ขนมเข่ง
นั่นเอง
ขนมชื่อน่ารักเหมือนกับภาชนะนี้ เดิมทีชาวจีนมักจะทำใส่ในเข่งไม้ไผ่ใบเล็กๆ
ต่อมาเมื่อเข่งไม้ไผ่หายากขึ้น จึงเปลี่ยนมาใช้กระป๋องนมข้นหวานแทน
แต่ผู้คนทั่วไปก็ยังเรียกว่าขนมเข่งอยู่ดี โดยสาเหตุที่ชาวจีนใช้ขนมเข่งเป็นขนมสำหรับไหว้ในประเพณีตรุษจีนนั้น
มีเกร็ดเล่าต่อกันมาว่า ก่อนถึงวันตรุษจีนประมาณ 4 วัน บรรดาเทพเจ้าจีนที่คอยปกปักรักษาและคุ้มครองผู้คนในโลกมนุษย์อยู่ตลอดนั้น
จะพากันขึ้นไปบนสวรรค์เพื่อรายงานความดีความชั่วของมนุษย์ให้กับเง็กเซียนฮ่องเต้
ผู้เป็นเจ้าสวรรค์ทราบ บรรดามนุษย์ที่ทำความชั่วไว้กลัวว่าตนเองจะถูกเจ้าสวรรค์ลงโทษ
เลยคิดทำขนมเข่งนี้ขึ้นมา เพื่อนำไปตั้งไหว้บรรดาเทพเจ้าจีน โดยที่ลักษณะของขนมเข่งนั้นจะเหนียวและค่อนข้างแข็ง
เมื่อเทพเจ้าจีนกินเข้าไปแล้ว จะทำให้ปากเหนียว พูดไม่ได้ และไม่ได้รายงานเจ้าสวรรค์ในที่สุด

แต่ไม่ว่าที่มาของขนมเข่งนี้จะเป็นอย่างไร
เจ้าขนมสีน้ำตาล รสชาติหวานชนิดนี้ก็ยังคงอยู่เคียงข้างประเพณีตรุษจีนเสมอมา
ซึ่งไม่เฉพาะที่ภูเก็ตบ้านเราเท่านั้น ที่ภาคอื่นๆ ที่มีชาวไทยเชื้อสายจีนอยู่
เขาก็ทำขนมเข่งสำหรับไหว้เหมือนกัน เพียงแต่ที่อื่นๆ เขาจะทำแบบใส่ไส้
เป็นไส้หวาน ไส้เค็ม แต่ขนมเข่งภูเก็ตจะไม่มีไส้ เพราะทำมาจากแป้งข้าวเหนียว
และน้ำตาลอย่างเดียว

ตอนเด็กๆ
นอกจากจะได้กินขนมเข่งร้อนๆ สดจากเตา โดยฝีมืออาม่าแล้ว ฉันและบรรดาพี่น้องยังได้กินขนมเข่งชุปไข่ทอด
ขนมเข่งชุบแป้งทอด ซึ่งเป็นเมนูประยุกต์จากขนมเข่งอีกอย่างหนึ่ง แม้ขนมจะแข็งไปสักนิด
แต่งานนี้ก็ไม่ได้กินไป บ่นไป เพราะเด็กๆ ต่างรู้ดีว่า อีกไม่นานก็จะได้อังเป่าซองแดงๆ
เป็นของขวัญรับวันปีใหม่จีนแล้ว
หมายเหตุ
: สมัยก่อนคนไทยเชื้อสายจีนในภูเก็ตจะนิยมทำขนมเข่งเอง
แต่ปัจจุบันหลายบ้านนิยมซื้อ เพราะสะดวกกว่า เช่นที่ ตลาดสด
ถนนระนอง ตลาดสดเทศบาล (ตลาดเกษตร) โดยคนทำขนมเข่งจะทำมาขายประมาณ
15-20 วัน ก่อนถึงวันตรุษจีน
ขอบคุณข้อมุลจาก : คุณทองใบ แซ่หงาน, ติดต่อข้อมูลการทำขนมเข่ง
โทร 0 7621 3675 |