"การถือศีลกินเจ" คือการงดบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตผลที่ได้จากสัตว์ เช่น ไข่ นม และชีส ก็รับประทานไม่ได้ รับประทานได้เพียงอาหารที่ปรุงจากพืชผัก ถั่ว ผลไม้ เท่านั้น โดยเฉพาะผักต้องห้าม 5 ชนิดที่ห้ามรับประทาน นอกจากนี้การถือศีลกินเจยังมีข้อห้ามในเรื่องการแต่งหน้าทาปาก การประทินโฉมและการแต่งกาย(ด้วยชุดขาวเท่านั้น) ทำจิตใจให้อยู่ในศีลธรรม คิด พูด ทำในสิ่งดี(เข้าโรงเจไหว้พระไหว้เจ้า)ห้ามมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างที่ถือศีลกินเจ
สีเหลือง เป็นสีสำหรับใช้ในราชวงศ์ซึ่งอนุญาตให้ใช้ได้เพียงคนสองกลุ่มเท่านั้น กลุ่มแรกคือกษัตริย์ซึ่งเห็นได้จากหนังจีน เครื่องแต่งกายและภาชนะต่างๆ เป็นสีเหลืองหรือทองซึ่งคนสามัญห้ามใช้เด็ดขาด กลุ่มที่สองคืออาจารย์ปราบผีถ้าท่านสังเกตในหนังผีจีนจะเห็นว่าเขาแต่งกายและมียันต์สีเหลือง
สีขาว ตามธรรมเนียมจีนสีขาวคือสีสำหรับการไว้ทุกข์ สีดำที่เราเห็นกันอยู่ในขณะนี้เป็นการรับวัฒนธรรมตะวันตก ถ้าท่านสังเกตในพิธีงานศพของจีนจะเห็นลูกหลานแต่งชุดสีขาวอยู่
สีซึ่งกล่าวมาทั้งหมดนี้สามารถนำไปเชื่อมโยงในตำนานข้างต้นที่กล่าวมาได้ทั้งหมด
อาหารเจที่วางขายทั่วไปมีหลายชนิด บางชนิดมีส่วนผสมของแป้งและไขมันเป็นหลัก เช่น หมี่ผัด ก๋วยเตี๋ยวหรือกับข้าวที่ใช้เนื้อสัตว์เทียมที่ทำจากแป้งหมี่กึง ขนมประเภทปอเปี๊ยะทอด ข้าวโพด เผือก หรือไชเท้าทอด โดยที่อาหารประเภทแป้งเมื่อทอดจะอมน้ำมันมากอยู่แล้ว แต่ในการกินขนมยังมีน้ำจิ้มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลและถั่วลิสง ซึ่งเป็นถั่วที่มีไขมันสูงเพิ่มเข้าไปอีก
นอกจากนี้ การกินแต่แป้งซึ่งย่อยง่ายจะทำให้เราหิวบ่อยขึ้นจึงต้องกินหลายมื้อขึ้น หากเราเลือกกินแต่อาหารเหล่านี้ตลอดเทศกาลกินเจคงไม่เป็นผลดีกับสุขภาพแน่นอน และยังทำให้น้ำหนักตัวขึ้นได้ เนื่องจากเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูง แต่หากเลือกกินอาหารที่มีส่วนผสมหลักเป็นผัก เต้าหู้ หรือ โปรตีนเกษตร ซึ่งปรุงโดยใช้น้ำมันปริมาณน้อยหรือไม่ใช้น้ำมัน
"ผู้ถือศีลกินเจ" จึงดื่มกาแฟได้เพียงบางเมนูเท่านั้น เช่น อเมริกาโน่(กาแฟดำทั้งร้อนและเย็น)หรือ Cafe Soy Milk(กาแฟน้ำนมถั่วเหลืองทั้งร้อนและเย็น)
มีข้อสังเกตบางประการที่สำคัญคือ หากผู้ถือศีลกินเจที่เคร่งครัดมากเป็นพิเศษ จะไม่ดื่มหรือรับประทานอาหารจากร้านค้าที่ขายอาหาร "ชอ" (อาหารที่มีเนื้อสัตว์หรือผลิตผลของสัตว์) ปะปนร่วมกับอาหาร "เจ" อย่างเด็ดขาด
ผู้ที่ทาน "เจ" ในช่วงเทศกาลที่จะถึงนี้ ควรระวังเรื่อง Soy Milk หรือน้ำนมถั่วเหลืองไว้ให้ดี โดยมีวิธีสังเกตง่ายที่สุดคือดูที่เครื่องหมาย "เจ"
เพราะ Soy Milk หรือนมถั่วเหลืองนั้น ตราหรือยี่ห้อเดียวกันถ้าเป็นสูตรปกติ จะมีส่วนผสมของนมผงขาดมันเนย (ซึ่งไม่เจแน่นอน) รวมอยู่ด้วย
แต่ถ้าเป็นนมถั่วเหลืองที่พิมพ์เครื่องหมาย "เจ" ไว้จะมีส่วนผสมของน้ำมันพืชเป็นตัวทดแทน และเพื่อความสบายใจทั้งผู้ขายและผู้ซื้อลองเปรียบเทียบข้างกล่องดูได้ครับระหว่างสูตร "เจ" กับ สูตรปกตินั้นแตกต่างกันที่ตรงไหน
เพื่อความสบายใจดื่มเฉพาะกาแฟดำ+น้ำตาลดีกว่า หรือไม่ก็มองหาเครื่องหมาย "เจ" ที่ติดมากับกล่องถือว่าดีที่สุดแล้วครับ
การถือศีลกินเจยังมีข้อห้ามในเรื่องการแต่งหน้าทาปาก การประทินโฉมและการแต่งกาย(ด้วยชุดขาวเท่านั้น) ทำจิตใจให้อยู่ในศีลธรรม คิด พูด ทำในสิ่งดี(เข้าโรงเจไหว้พระไหว้เจ้า) ห้ามมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างที่ถือศีลกินเจ (ในกรณีที่เป็นคู่สามีภรรยาจะพบว่ามีการแยกห้องนอนในระหว่างการถือศีลกินเจด้วย)
- ตะไล นั้นหากไม่มีบริเวณที่โล่งพอก็ต้องระวัง เพราะจะคุมการเคลื่อนตัวไปก็ยาก ตะไลมีสะเก็ดไฟกระจายออกมามากซึ่งก่อเพลิงได้ ดังนั้น ในที่คับเเคบ ตะไลก็อาจเข้าใกล้สิ่งของหรือวัสดุที่ ติดไฟได้ เเละก่อเพลิงใหม้
- ตะไลจิ๋วๆ ที่มีปีกคล้ายเป็นรูปเครื่องบิน ซึ่งจุดเเล้วหมุนติ้ว เเละมีไฟเป็นเเสงสีต่างๆนั้น ขนาดเล็กกว่าตะไลไทย เเละหมุนเคลื่อนตัวบริเวณเเคบๆ ไม่เหินไม่ร่อน ก็เซฟกว่า ทว่าก็ต้องมีบริเวณที่ปลอดภัยตามสมควร
- ลูกหนู พลุจรวด หรือพลุที่มีด้าม นั้นต้องหาที่ปัก อาจปักในขวดที่ดูมั่นคง หรือใช้กระถางทรงสูง หรือปักดิน เเละหากปักดินก็ควรเอาไม้ปักลงไปเพื่อทำรูก่อน การเอาพลุปักลงไปเลยก็อาจทำให้พลุเสียหายชำรุดได้> จุดพลุ หรือลูกหนู ต้องดูทิศทางที่จะพุ่งไปว่าโล่งดี ไม่มีคนหรือสิ่งกีดขวาง ที่อาจเสียหายเป็นอันตรายได้
- ไฟเย็น นั้นควรปักเเล้วจุด เพราะถึงจะเรียกว่าไฟเย็น เเต่หากโดนสะเก็ดใหญ่ๆก็เจ็บเเสบร้อนได้ บางคนคิดว่าจุดถือไปมาเเล้วสวย ก็ต้องระวังอย่า อย่าไปปะทะหรือไปโดนกับคนข้างๆ โดยมากในงาน ฉลองก็มักจะมีคนมากมายอยู่เเล้ว
- โอ่ง นั้นดูว่าไม่เคลื่อนที่ ทว่าก็ต้องดูรัศมีของไฟ ที่น่าจะพ่นออกมา อย่าวางใกล้สิ่งของที่ติดไฟได้ เเละจุดเเล้วก็ให้ถอยห่างออกมา เเละระหว่าง ถอยออกมานั้นก็ควรระวังอย่าชนกัน บางอย่างชนวนสั้น ถอยออกมาไม่ทันเพราะ ไปปะทะกับเพื่อนที่เเย่งกันถอยออก เลยหลบ ไม่พ้นเเละโดนสะเก็ดเป็นอันตราย
- กระเทียม ที่ใช้ปาลงที่พื้น เเล้วมีไฟเเว๊บๆ เเละมีเสียงดังปั้งๆ นั้นเม็ดเล็ก ขนาดเล็กๆ พอจะปลอดภัย ทว่าต้องอย่าปาใส่กัน เเละ อย่าเอาใส่กระเป๋ากางเกง หรือใว้ที่ๆ อาจนั่งทับหรือระเบิดใส่ตัวได้ การเล่นดอกไม้ไฟจึงควรมีที่ใส่สิ่งที่ยังไม่ได้จุด ให้ปลอดภัย อาจเป็นถุงพลาสติค หรือกล่อง.
- พวก กล่องๆ ที่ดึงเเล้วดัง ปัง นั้นก็พอจะปลอดภัยอยู่ เเต่ก็ห้ามดึงโดยหันไป ทางที่มีคนอยู่ใกล้ๆ
เล่นกับไฟ ไม่ว่าจะดอกไม้ไฟประทัดหรือพลุ ต้องระมัดระวังเสมอ เเม้เเต่อุปกรณ์ที่ใช้จุด เเละหากโดนสะเก็ดก็ต้องรีบใช้น้ำเเข็งห่อผ้าประคบ เมื่อลดการเเสบร้อนเเละลดบวมพองเเล้ว ก็จึง ยาทา ไม่ว่าจะเป็น ยาจากว่านหางจระเข้ หรือยาใดๆที่เเก้ไฟใหม้ โดยที่ผ่าน อย.รับรองเเล้ว
หากบ้านไหนมีเด็ก หรือวัยรุ่น ก็ต้องเตือนๆนะครับ สนุกได้เเต่ควรสนุกอย่างปลอดภัยครับ เพราะจะได้ไม่เดือดร้อนหรือต้องเสียใจภายหลัง. เเละก็อย่าเน้นบังเทิงเเละความสนุกโดยต้อง เอาให้ได้เเง่ขนบธรรมเนียมประเพณี..
หลังจากทำพิธีส่งพระกิ้วอ๋องไต่เต่ และหยกอ๋องซ่งเต่ กลับสู่สวรรค์ ตามความเชื่อผู้ร่วมประเพณีแล้ว ทุกคนจะไม่รีบกินอาหารคาวทันที แต่จะรอให้ถึงรุ่งขึ้นของอีกวันหนึ่งก่อน (เช้าวันที่ 6 ตุลาคม 2554) จึงจะกินอาหารคาวหวานได้ตามปกติ
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
Copyright 2009 phuketbulletin.co.th, All rights reserved




